เคยสงสัยกันไหมครับ เวลาไปขอซื้อยากับเภสัชตอนเป็นหวัด หรือไม่สบาย เขามักจะถามว่าเสมหะของเราเป็นสีอะไร หรือมีไข้ร่วมด้วยไหม 

เพราะถ้าไม่มีไข้ หรือไม่มีเสมหะเป็นสีเขียว ก็จะไม่จ่ายยาฆ่าเชื้อให้ ทั้งๆที่อีก 1-2 วันยังไงก็เสมหะของเราก็ต้องเป็นสีเขียวอยู่แล้ว แถมถ้าถึงตอนนั้นก็จะเมื่อยเป็นไข้ ไม่มีแรง แต่!ต้องออกมาซื้อยา เพราะเภสัชไม่ยอมจ่ายยาให้

  • ยิ่งถ้ากินยาฆ่าเชื้อดักไว้ก็น่าจะหายได้ไวกว่าแท้ๆ มีใครเคยสงสัยแบบนี้บ้างไหมครับ วันนี้เราจะไปไขคำตอบกัน
ยาฆ่าเชื้อ

ทำไมเสมหะไม่เป็นสีเขียว ไม่มีไข้ ถึงกินยาฆ่าเชื้อไม่ได้

การใช้ยาฆ่าเชื้อ (antibiotics) จะมีประสิทธิภาพต่อการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่ได้ช่วยรักษาอาการเจ็บคอจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเจ็บคอส่วนใหญ่ อย่างเช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อไวรัสจะไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อนั่นเองครับ

ในกรณีที่เสมหะยังไม่เป็นสีเขียว ก็อาจบ่งชี้ว่าเป็นการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงหรือเป็นการติดเชื้อไวรัส โดยทั่วไปเสมหะสีเขียวจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจต้องใช้ยาฆ่าเชื้อในการรักษา แต่ถ้าเสมหะยังไม่เปลี่ยนสีและอาการยังไม่รุนแรง ยาฆ่าเชื้อจะไม่จำเป็น

การรักษาอาการเจ็บคอในระยะเริ่มต้นมักจะใช้วิธีการรักษาอาการ เช่น การดื่มน้ำอุ่น, การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ, หรือการใช้ยาลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บคอ ก่อนจะพิจารณาการใช้ยาฆ่าเชื้อหากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียครับ

  • ซึ่งหมายความว่า ถ้าเสมหะเรายังไม่เปลี่ยนสี แปลว่ายังไม่มีแบคทีเรีย กินยาฆ่าเชื้อไปก็ไม่รู้จะไปฆ่าเชื้ออะไรครับ แถมมีความเสี่ยงทำให้เราดื้อยาฆ่าเชื้อด้วยนะ

เราสามารถกินยาดักไว้ก่อนได้ไหม

การกินยาฆ่าเชื้อ “ดัก” แบบนี้ไม่แนะนำครับ เพราะยาฆ่าเชื้อจะมีประสิทธิภาพเฉพาะกับการติดเชื้อแบคทีเรีย และหากอาการของคุณยังไม่แสดงสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เสมหะไม่เป็นสีเขียว หรือยังไม่มีอาการที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียจริงๆ 

  • การใช้ยาฆ่าเชื้อในช่วงนี้อาจไม่ช่วยอะไรและยังอาจเกิดผลข้างเคียงได้

การติดเชื้อไวรัสมักจะเกิดขึ้นก่อนที่เชื้อแบคทีเรียจะเข้ามาแทรกซึมในระบบทางเดินหายใจ หากอาการของคุณยังเป็นแค่ช่วงเริ่มต้น และเสมหะยังไม่เปลี่ยนสี การใช้ยาฆ่าเชื้ออาจไม่จำเป็น และยังอาจทำให้เกิดปัญหาต่อการใช้ยาฆ่าเชื้อในอนาคต เช่น การเกิดการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียครับ

อาการอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเราต้องกินยาฆ่าเชื้อได้แล้ว หรือมีการติดเชื้อของแบคทีเรียแล้ว

การติดเชื้อแบคทีเรียมีหลายอาการที่อาจบ่งชี้ว่าคุณอาจต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ แต่การใช้ยาฆ่าเชื้อควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการใช้ยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้ อาการที่บ่งชี้ว่าอาจติดเชื้อแบคทีเรียและอาจต้องใช้ยาฆ่าเชื้อมีดังนี้:

  1. ไข้สูง
  • ไข้ที่สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือไข้ที่ไม่ลดลงแม้จะกินยาลดไข้ แสดงถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • โดยเฉพาะเมื่อไข้สูงและมีอาการอื่นๆ เช่น หนาวสั่น หรือเหงื่อออกมาก
  1. หนาวสั่น
  • หนาวสั่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับไข้สูงมักจะเป็นอาการของการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
  1. มีหนองหรือสารคัดหลั่งผิดปกติ
  • การติดเชื้อแบคทีเรียในบางส่วนของร่างกายมักจะมีการสร้างหนอง หรือสารคัดหลั่ง เช่น เสมหะที่มีสีเขียวหรือเหลืองเข้มจากการติดเชื้อในปอด หรือมีแผลที่มีหนอง
  1. เจ็บปวดเฉียบพลันและบวม
  • หากมีอาการปวดที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง เช่น ปวดหู ปวดฟัน ปวดท้องหรือปวดข้อมือร่วมกับการบวม แสดงว่าอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณนั้น
  1. หายใจลำบากหรือไอหนัก
  • การติดเชื้อแบคทีเรียในปอดหรือทางเดินหายใจอาจทำให้หายใจลำบาก ไอหนัก หรือมีเสมหะที่มีสีผิดปกติ (เขียว เหลือง หรือมีเลือดผสม)
  1. อาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ
  • อาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อร่วมกับอาการไข้หรือหนาวสั่นอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis)
  1. อาการท้องเสียหรือคลื่นไส้
  • หากมีอาการท้องเสียหรือคลื่นไส้ที่มีสีเขียวหรือมีกลิ่นผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร
  1. อาการเจ็บคอหรืออักเสบ
  • หากมีอาการเจ็บคอร่วมกับการมีหนองที่บริเวณทอนซิล หรืออาการอักเสบของคอ อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น การติดเชื้อจาก Streptococcus
  1. แผลหรือผิวหนังติดเชื้อ
  • ถ้ามีแผลที่บวม แดง ร้อน หรือมีหนองเกิดขึ้นแสดงว่าอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
  1. อาการท้องผูกหรือท้องอืดผิดปกติ
  • บางครั้งการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องอืด หรือท้องเสียที่ผิดปกติ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

  • หากคุณมีอาการที่บ่งชี้ว่าอาจติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดบริเวณต่างๆ หรือหายใจลำบาก ควรพบแพทย์ทันที
  • การใช้ยาฆ่าเชื้อควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น หรือการใช้ยาไม่ถูกต้อง

การใช้ยาฆ่าเชื้อ

  • แพทย์จะเป็นผู้ประเมินอาการและตัดสินใจว่าจะให้ยาฆ่าเชื้อหรือไม่ หากจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ แพทย์จะเลือกชนิดของยาและระยะเวลาในการใช้ตามประเภทของเชื้อแบคทีเรียที่ติดเชื้อในร่างกายครับ

สรุป

ที่เราไม่สามารถกินยาฆ่าเชื้อก่อนที่เสมหะจะเป็นสีเขียวได้ เป็นเพราะว่า ถ้าเสมหะยังไม่เป็นสีเขียว หรือมีไข้ แสดงว่ายังไม่มีเชื่อแบคทีเรียครับ การกินยาฆ่าเชื้อเข้าไปก็ไม่รู้จะเข้าไปฆ่าเชื้ออะไร แถมยังเกิดความเสี่ยงของการดื้อยาด้วยครับ

สุดท้ายก่อนไป ขอขายของทิ้งไว้นิดหน่อยครับ

สำหรับใครที่กำลังมองหาเว็บหวยออนไลน์ถูกกฎหมาย มีใบอนุญาต ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฟิลิปปินส์ ลองเข้ามาดูอัตราจ่ายก่อนได้ที่ Globallotto ครับ

  • การันตีอัตราจ่ายสูงที่สุด ที่เคยเห็นแน่นอนครับ แถมไม่มีเลขอั้น และสามารถยกเลิกหวยได้ฟรี ทางระบบจ่ายเงินคืนทันทีเต็มจำนวนครับ

ที่สำคัญไม่ต้องกลัวถูกโกง หรือถอนไม่ได้ เพราะเราไม่ได้มีเพียงแค่คำพูดครับ เรามีใบเซอร์ ใบอนุญาต และมีหน่วยงานที่รับรองจริงๆ เข้ามาดูอัตราจ่าย และสมัครได้ที่ Globallotto ครับ